Close
title
title
แขวงทางหลวงตราด
Trat Highway District
วิสัยทัศน์ : พัฒนาทางหลวงให้ปลอดภัย เชื่อมโยงโครงข่ายพื้นที่ชายแดน
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวงเดินหน้าแก้ไขปัญหามลพิษ PM 2.5ขานรับวาระแห่งชาติ กรมทางหลวงสั่งหน่วยงานในสังกัดเร่งแก้ไขปัญหา PM 2.5 งัดมาตรการเข้มงวดงานก่อสร้าง-บำรุงทางให้ก่อฝุ่นน้อยที่สุด ติดตั้งเครื่องปล่อยละอองน้ำจับฝุ่น 15 แห่ง และจับมือหลายหน่วยงานเข้มใช้รถควันดำ จอดแช่ ลดค่าธรรมเนียมผ่านทาง M-Pass และ Easy Pass จูงใจใช้เพิ่มลดปัญหารถติดหน้าด่านก่อมลพิษ

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า สั่งการให้สำนักงานทางหลวงแขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ด้วยการกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองใน 2 กรณี คือ กรณีที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และกรณีเกิดสถานการณ์วิกฤตที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป กรณีที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรมทางหลวง จะดำเนินการมาตการ ดังนี้ ด้านงานก่อสร้างและบำรุงทาง มีการจำกัดพื้นที่หน้างานที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น การเข้มงวดมาตรการป้องกันและลดฝุ่นละออง เช่น การปิดคลุมวัสดุก่อสร้างในการเก็บกองและ ขนย้าย การตรวจสอบสภาพเครื่องจักรก่อสร้างให้อยู่ในสภาพดี ห้ามใช้เครื่องจักรที่ก่อให้เกิดเขม่าควันดำ และการงดใช้น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วกับเครื่องจักรอุปกรณ์ เป็นต้น ส่วนขยะที่เกิดจากการก่อสร้างจะมีการจัดการอย่างเหมาะสม ห้ามเผาขยะโดยเด็ดขาด โดยพิจารณาวิธีการก่อสร้างที่ใช้การเผาไหม้เชื้อเพลิงน้อย เช่น warm mix asphalt การทำความสะอาด เศษฝุ่น เศษวัสดุที่สะสมบริเวณขอบทางและเกาะกลางอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัดทั่วประเทศในการลดการเกิดฝุ่นควัน และการอำนวยความสะดวกต่อการจราจรบนถนนบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อไม่ให้เกิดการจราจรติดขัดจากการก่อสร้างและบำรุงทาง ด้านงานการให้บริการผู้ใช้ทางและบริหารจัดการจราจรบนสายทาง จะประสานความร่วมมือระหว่างตำรวจทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษในการตรวจจับรถยนต์ที่มีเขม่าควันดำ และเข้มงวดไม่ให้มีการจอดรถในพื้นที่ผิวถนนที่มีการจราจรแออัด จัดการจราจรให้ลื่นไหลลด การติดขัด รวมทั้งการบำรุงรักษาต้นไม้ริมทางหลวงให้อยู่ในสภาพดี เพื่อช่วยจับฝุ่นละอองจากถนน และเฝ้าระวังการเกิดปัญหาไฟป่าโดยการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมอุปกรณ์ในการป้องกันและควบคุม ด้านงานสำนักงาน ด้วยการลดการเดินทางของบุคลากร พิจารณาใช้เทคโนโลยีในการทำงานที่ช่วยลดการเดินทาง ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว โดยเปลี่ยนการขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะรถไฟฟ้า ตลอดจน การใช้รถยนต์ร่วมกัน (Carpool) สำหรับการเดินทางเส้นทางเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีการจัดการขยะอย่างเหมาะสมโดยใช้วิธีการห้ามเผาโดยเด็ดขาด และรณรงค์ให้บุคลากรประหยัดพลังงานในสำนักงาน กรณีเกิดสถานการณ์วิกฤตที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป กรมทางหลวงจะดำเนินการดังนี้ การปล่อยฝอยละอองน้ำความดันสูง (High Pressure Water System) ซึ่งปัจจุบันติดตั้งไว้จำนวน 15 แห่ง เพื่อดักจับฝุ่นละอองฝุ่น PM 2.5 ดำเนินการช่วงเวลา 18.00-23.00 น. ณ บริเวณสะพานลอยคนเดินข้ามบริเวณด่านฯ ทับช้าง 1 (มุ่งหน้าบางพลี) บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ,บริเวณป้าย Overhead Gantry บริเวณด้านฯ ทับช้าง 2 (มุ่งหน้าบางปะอิน) บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 รวมทั้งสะพานลอยคนเดินข้ามบริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฝั่งประตู วิภาวดีรังสิต, สะพานลอย คนเดินข้ามบริเวณโรงเรียนหอวัง ฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต, สะพานลอยคนเดินข้ามบริเวณทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระรามที่ 2 ) กม. 8+400 (หน้าตลาดมารวย), สะพานลอยคนเดินข้ามบริเวณทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนพระรามที่ 2 ) กม.11+240 (ทางเข้าถนนบางกระดี่), อาคาร Canopy รถบรรทุก ด่านฯ ลาดกระบัง ขาออก, อาคาร Canopy รถบรรทุก ด่านฯ ลาดกระบัง ขาเข้า, อาคาร Canopy รถบรรทุก ด่านฯ บางปะกง Type A, อาคาร Canopy รถบรรทุก ด่านฯ หนองขาม 1, อาคาร Canopy รถบรรทุก ด่านฯ หนองขาม 4,อาคาร Canopy รถบรรทุก ), อาคาร Canopy รถบรรทุก ด่านฯ โป่ง 3 และอาคาร Canopy รถบรรทุก ด่านฯ พัทยา ขาออก อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวด้วยว่า ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณพี้นที่ก่อสร้าง และหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยศึกษาและจัดทำแผนแก้ปัญหา ด่านเก็บค่าผ่านทางฯ ให้รถสามารถผ่านด่านฯ ได้โดยเร็ว ไม่หยุดชะงัก เพื่อแก้ไขปัญหาการก่อมลพิษอีกทางรวมทั้งร่วมมือกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยในการรณรงค์และกำหนดมาตรการจูงใจให้ผู้ใช้ทาง หันมาใช้ M-Pass และ Easy Pass โดยได้เพิ่มจุดรับสมัครและเติมเงิน M-Pass บนสายมอเตอร์เวย์ 5 จุด คือ ด่านฯ ทับช้าง 1, ด่านฯ ทับช้าง 2, Service Area ขาเข้า, Service Area ขาออก และด่านฯ โป่ง 3 ตลอดจนการลดค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับดอนเมืองโทลล์เวย์ ด้วยการจำหน่ายคูปองส่วนลดร้อยละ 5 ต่อเล่ม เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 มิ.ย. 2563 ซึ่งคูปองสามารถใช้ได้นาน 5 ปี
title
กรมทางหลวงเผยขับช้าใช้เลนขวาสุดสาเหตุเกิดอุบัติเหตุอันดับ 2 ของประเทศ

กรมทางหลวงห่วงทุกชีวิตบนท้องถนน เตือนระวังขับขี่ต่ำกว่า 90 กม./ชม. วิ่งเลนขวาสุด สาเหตุสำคัญการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน แนะใช้ความเร็วที่เหมาะสมตามแต่ละช่องจราจรกำหนด พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาล ลุยสำรวจแก้ไขจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ไฟฟ้าแสงสว่างเส้นทาง ป้ายจราจร เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางเทศกาลสงกรานต์ 2563 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า การใช้ความเร็วรถยนต์ที่ต่ำกว่า 90 กม./ชม. ในช่องทางขวาสุดของถนนทางหลวง 4 ช่องทาง เป็นสาเหตุสำคัญของการอุบัติเหตุอันดับที่ 2 หรือคิดเป็นสัดส่วน 30 % ของการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด รองจากการเสียหลักตกข้างทาง ซึ่งมีสัดส่วนที่ 45% นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน ดังนั้น ผู้ขับขี่ควรใช้ความเร็วที่เหมาะสมตามแต่ละช่องจราจรกำหนดเพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวทั้งนี้ การกำหนดความเร็วที่เหมาะสมสำหรับในแต่ละช่องจราจร กำหนดให้ช่องขวาสุดเป็นช่องทางที่ให้รถยนต์ใช้ความเร็วได้สูงสุด และจะให้รถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่า 90 กม./ชม.อยู่ในช่องทางอื่นๆ ทางด้านซ้ายโดยกำหนดความเร็วลดหลั่นลงมาตามลำดับ การกำหนดในลักษณะนี้จะช่วยให้รถยนต์ที่วิ่งช้าไม่ทำให้ความเร็วเฉลี่ยของการจราจรในภาพรวมของถนนลดลงมากนัก และไม่เกิดการสะสมชะลอตัวนอกจากนั้น วิธีการดังกล่าวจะช่วยลดการเปลี่ยนช่องจราจรที่ไม่จำเป็นลงได้ด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุการเฉี่ยวชนและการแซงในระยะกระชั้นชิดได้ เนื่องจากช่องทางขวาสุดมีไว้สำหรับรถยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ดั้งนั้น เมื่อมีการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำกว่า 90 กม./ชม. ในช่องทางดังกล่าว จังหวะที่รถยนต์คันที่ตามหลังมามีการเบี่ยงแซงไปช่องทางซ้ายจะเกิดจุดบอดที่คนขับรถยนต์ซึ่งอยู่ในตำแหน่งขวามองไม่เห็น จึงมีโอกาสสูงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนกับรถยนต์ที่วิ่งมาในช่องทางซ้ายด้านหน้า “การกำหนดช่วงความเร็วในแต่ละช่องจราจรเป็นช่วงสูงสุด-ต่ำสุด จะช่วยทำให้เกิดความแตกต่างของความเร็วในแต่ละช่องทางน้อยลง ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุชนท้ายจากความเร็วที่แตกต่าง และการเปลี่ยนช่องจราจรซึ่งเป็นสาเหตุการเกิอุบัติเหตุที่สูงเป็นลำดับที่ 2 ของการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น ผู้ขับขี่ควรใช้ความเร็วที่เหมาะสมตามแต่ละช่องจราจรกำหนด เพื่อลดอุบัติเหตุ” นายสราวุธ กล่าว นายสราวุธ กล่าวด้วยว่า กรมทางหลวงและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวง เตรียมเร่งดำเนินการตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีความห่วงใยในการใช้รถใช้ถนนทุกช่วงเวลา เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ และปัญหาการจราจรติดขัด โดยสั่งการให้กรมทางหลวงสำรวจจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และแก้ไขจุดเสี่ยงให้ครบถ้วน สำรวจไฟฟ้าแสงสว่างในเส้นทางต่างๆ และปรับปรุงป้ายจราจร หมุดสะท้อนแสง เส้นจราจรให้เห็นชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน ตลอดจนให้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2563 พร้อมนำเทคโนโลยีหรือใช้โดรนมาบริหารจัดการจราจรในทุกสถานการณ์ไม่เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น รวมทั้งให้จัดทำแผนการปลูกต้นไม้ริมทางหลวงตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
title
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายกรมทางหลวง ยึดหลักธรรมาภิบาลทุกขั้นตอน ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วม เตรียมแผนรองรับงบประมาณ ลดอุบัติเหตุแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่กรมทางหลวง พร้อมด้วย โดยมี นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ในวันที่ 13 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมมนัส คอวนิช กรมทางหลวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของกรมทางหลวง (ทล.) ได้แก่การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ซึ่ง ทล. มีแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงฯ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579) จำนวน 21 สายทาง ระยะทางรวม 6,612 กิโลเมตร (กม.) เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาค การเดินทางระหว่างหัวเมืองหลักและพื้นที่สำคัญตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ขณะนี้มีเส้นทางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 4 เส้นทาง ระยะทางรวม 350 กม. ประกอบด้วย1. M81 บางใหญ่ – กาญจนบุรี 96 กม.วงเงิน 55,620 ลบ.- งานโยธา อยู่ระหว่างการก่อสร้าง (ความก้าวหน้า 25%)-งานระบบ และ O&M รูปแบบ PPP Gross Cost อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาฯ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปี 2566 ที่พักริมทาง อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนฯ (PPP)2. M6 บางปะอิน –นครราชสีมา 196 กม. วงเงิน 84,6000 ลบ.- งานโยธา อยู่ระหว่างก่อสร้าง (ความก้าวหน้า 82 %)- งานระบบ และ O&M รูปแบบ PPP Gross Cost อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาฯคาดว่าจะเสนอ ครม. อนุมัติเห็นชอบลงนามสัญญา ก.พ. 2563 และสามารถเปิดให้บริการได้ภายในต้นปี 2566 ที่พักริมทาง อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนฯ (PPP)3. M7 พัทยา – มาบตาพุด 32 กม. วงเงิน 20, 200 ลบ.- งานโยธา อยู่ระหว่างก่อสร้าง (ความก้าวหน้า 98%)งานระบบ อยู่ระหว่างก่อสร้าง (ความก้าวหน้า 48%)คาดว่าจะเปิดใช้งาน กลางปี 2563 พี่พักริมทาง อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติรูปแบบการร่วมลงทุนฯ4. M82 บางขุนเทียน – บ้านแพ้ว 25 กม. วงเงิน 32,210 ลบ.- งานโยธา ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ในปีงบประมาณ 62 – 65 งานโยธา ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว รวมงานระบบและ O&M ทั้งโครงการอยู่ระหว่างสรุปผลการศึกษารูปแบบ PPP Net Cost เพื่อเตรียมเสนอขออนุมัติฯ เส้นทางที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมนำเสนอขออนุมัติโครงการ1.สายนครปฐม – ชะอำ (M8) วงเงินลงทุน 79,006 ลบ. ปัจจุบันอยู่ระหว่าง กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติหลักการโครงการ2. สายหาดใหญ่ – ชายแดนไทย/มาเลย์เซีย (M84)วงเงินลงทุน 42,620 ลบ.อยู่ระหว่างการสรุปผลการศึกษารูปแบบ PPP คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 25623.ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5)วงเงินลงทุน 29,400 ลบ.อยู่ระหว่างการสรุปผลการศึกษารูปแบบ PPP คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 25634.สายวงแหวนรอบนอก กทม. ด้านตะวันตก (M9)วงเงินลุงทุน 78,000 ลบ.ช่วงบางขุนเทียน – บางบัวทอง อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบเอกชนร่วมลงทุน (PPP) พร้อมการออกแบบกรอบรายละเอียด คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2563 ช่วงบางบัวทอง – บางปะอิน สำรวจออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ5.สายศรีนครินทร์ – สุวรรณภูมิ (M7)วงเงินลงทุน 37,500 ลบ.- อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบเอกชนร่วมลงทุน (PPP) พร้อมการออกแบบกรอบรายละเอียด คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี2563 ผลและแผนการดำเนินงานโครงการทางหลวงที่สำคัญ1.สะพานมิตรภาพระหว่างไทย - ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตามแผนทั้งหมดมี 15 แห่ง เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่ง อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 แห่ง มีแผนจะก่อสร้าง 4 แห่ง โดยล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 อนุมัติโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ) ระยะทางรวม 16.18 กม. ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2563 และแล้วเสร็จปี 25652.โครงการพัฒนาทางหลวงรองรับ EEC ระยะทางรวม 746 กม. โดยในปี 2563 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 8 โครงการ วงเงิน 10,510 ล้านบาท ระยะทางประมาณ 90 กม. และส่วนที่เหลือจะวางแผนขอรับการจัดสรรฯ ครบทุกโครงการ ภายในปี 25663. โครงการขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร (ระยะที่ 2 ) จำนวน 11 โครงข่าย ระยะทางรวม 5,246 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง 483 กม. หรือ 9.2% ก่อสร้างแล้วเสร็จ 4,239 กม. หรือ 80.8% และคงเหลือแผนงานในอนาคต 524 กม. หรือ 10% ติดตามงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2562 ทล. ได้รับจัดสรรงบประมาณฯ 115,888 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ดำเนินแผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ จำนวน 67,287 ล้านบาท หรือ 58% ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ประกอบด้วย1. การแก้ไขปัญหาความล่าช้าโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ซึ่ง ทล. ได้ดำเนินงานแก้ไขจุดที่ทำให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาว เช่น การคืนผิวจราจรให้สามารถใช้เส้นทางไป - กลับ ได้ 12 ช่องจราจร พร้อมติดตั้งแบร์ริเออร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่ผ่านมา การประชาสัมพันธ์ ติดตั้งกล้อง CCTV บริเวณจุดวิกฤตหรือจุดที่มีการก่อสร้าง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจราจร พร้อมจัดป้ายบอกทางเคลื่อนที่ เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ใช้ทางตัดสินใจเลือกใช้เส้นทาง การแก้ไขปัญหาการรื้อย้ายสาธารณูปโภค การปรับปรุงแก้ไขแบบ ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างทางขนานแล้วเสร็จ ส่งผลให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น รวมทั้งเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนงานเดิม 2. การกำหนดความเร็วรถสำหรับถนน 4 ช่องจราจรขึ้นไป ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชั่วโมง ปัจจุบันจากการสำรวจสามารถดำเนินการได้ ระยะทางรวม 252 กม. ในสายทาง ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข (ทล.) 32 ดำเนินการระยะแรก 45.9 กม. และดำเนินการในระยะถัดไป 100 กม. ทล.1 ดำเนินการระยะแรก 17.5 กม. และดำเนินการในระยะถัดไป 37 กม. ทล.2 ดำเนินการระยะแรก 6 กม. และดำเนินการในระยะถัดไป 19 กม. ทล.4 ดำเนินการระยะแรก 9.5 กม. และดำเนินการในระยะถัดไป 18 กม. และอยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติม ซึ่ง ทล. ต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสภาพพื้นที่ในภาพรวม เช่น ติดตั้งป้ายจราจร เส้นจราจรเพื่อควบคุมการเดินรถ อุปกรณ์กั้นให้มีความสมบูรณ์และเหมาะสม เป็นต้น นอกจากนี้ต้องออกประกาศกฎกระทรวงรองรับการใช้ความเร็วดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ทางหลวง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 25633. การแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ โดยศึกษาและจัดทำแผนแก้ปัญหาด่านเก็บค่าผ่านทางฯ ให้รถสามารถผ่านด่านฯ ได้โดยเร็ว ไม่หยุดชะงัก ปัจจุบันมอเตอร์เวย์ ด่านทับช้าง 2 ประสบปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางฯ ซึ่ง ทล. ได้จัดทำแบบจำลองการจราจรเสมือนจริง ปรับปรุงทางกายภาพเป็นการชั่วคราว จัดเจ้าหน้าที่เก็บเงินค่าผ่านทางหน้าตู้เก็บเงินและยกไม้กั้นอัตโนมัติในชั่วโมงเร่งด่วน รวมถึงสร้างมาตรการจูงใจให้ผู้ใช้ทางใช้ระบบอัตโนมัติหรือ ETC และอยู่ระหว่างประสานกรมการขนส่งทางบก ขอข้อมูลทะเบียนรถที่ฝ่าฝืนไม่ชำระค่าผ่านทาง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป4. การลดค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับดอนเมืองโทลล์เวย์ ซึ่ง ทล. ได้เจรจากับ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เพื่อขอความร่วมมือพิจารณาลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าผ่านทางฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยินดีที่จะคงส่วนลดแก่ผู้ใช้บริการ โดยจำหน่ายคูปองส่วนลดร้อยละ 5 ต่อเล่ม เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2562 - 21 มิถุนายน 2563 คูปองสามารถใช้ได้ 5 ปี5. การเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในงานของ ทล. โดยในปี 2562 ใช้น้ำยางสด 23,013 ตัน ส่วนปี 2563 จะใช้น้ำยางสด 26,564 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 15.4% ขณะที่การดำเนินตามนโยบายให้ใช้ยางพารามาหุ้มแบร์ริเออร์ ทล. จะใช้การออกแบบยางพาราหุ้มฯ ที่เหมาะสม ตามผลการประชุมคณะทำงานศึกษาแนวทางการนำยางพารามาใช้ในงานก่อสร้างและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่อไปในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้มอบนโยบายให้ ทล. เตรียมความพร้อมการจัดซื้อจัดจ้าง รองรับ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 พร้อมทั้งวางแผนการดำเนินโครงการและการดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญาโครงการต่างๆ ให้รอบคอบ การเน้นย้ำการลดจุดเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง การสำรวจการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง รวมถึงการปลูกต้นไม้ในเขตทางหลวงที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่เพื่อลดฝุ่น PM.2.5 ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมย้ำในตอนท้ายว่าให้ผู้บริหารกรมทางหลวงและเจ้าหน้าที่ทุกท่านถือปฎิบัติก็คือ การทำงานของหน่วยงานให้ดำเนินการด้วย หลักธรรมาภิบาลทุกขั้นตอน ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ประชาชนมีส่วนร่วม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่กรมทางหลวง พร้อมด้วย โดยมี นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ในวันที่ 13 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมมนัส คอวนิช กรมทางหลวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของกรมทางหลวง (ทล.) ได้แก่การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ซึ่ง ทล. มีแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงฯ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579) จำนวน 21 สายทาง ระยะทางรวม 6,612 กิโลเมตร (กม.) เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาค การเดินทางระหว่างหัวเมืองหลักและพื้นที่สำคัญตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ขณะนี้มีเส้นทางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 4 เส้นทาง ระยะทางรวม 350 กม. ประกอบด้วย1. M81 บางใหญ่ – กาญจนบุรี 96 กม.วงเงิน 55,620 ลบ.- งานโยธา อยู่ระหว่างการก่อสร้าง (ความก้าวหน้า 25%)-งานระบบ และ O&M รูปแบบ PPP Gross Cost อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาฯ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปี 2566 ที่พักริมทาง อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนฯ (PPP)2. M6 บางปะอิน –นครราชสีมา 196 กม. วงเงิน 84,6000 ลบ.- งานโยธา อยู่ระหว่างก่อสร้าง (ความก้าวหน้า 82 %)- งานระบบ และ O&M รูปแบบ PPP Gross Cost อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาฯคาดว่าจะเสนอ ครม. อนุมัติเห็นชอบลงนามสัญญา ก.พ. 2563 และสามารถเปิดให้บริการได้ภายในต้นปี 2566 ที่พักริมทาง อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนฯ (PPP)3. M7 พัทยา – มาบตาพุด 32 กม. วงเงิน 20, 200 ลบ.- งานโยธา อยู่ระหว่างก่อสร้าง (ความก้าวหน้า 98%)งานระบบ อยู่ระหว่างก่อสร้าง (ความก้าวหน้า 48%)คาดว่าจะเปิดใช้งาน กลางปี 2563 พี่พักริมทาง อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติรูปแบบการร่วมลงทุนฯ4. M82 บางขุนเทียน – บ้านแพ้ว 25 กม. วงเงิน 32,210 ลบ.- งานโยธา ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ในปีงบประมาณ 62 – 65 งานโยธา ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว รวมงานระบบและ O&M ทั้งโครงการอยู่ระหว่างสรุปผลการศึกษารูปแบบ PPP Net Cost เพื่อเตรียมเสนอขออนุมัติฯ เส้นทางที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมนำเสนอขออนุมัติโครงการ1.สายนครปฐม – ชะอำ (M8) วงเงินลงทุน 79,006 ลบ. ปัจจุบันอยู่ระหว่าง กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติหลักการโครงการ2. สายหาดใหญ่ – ชายแดนไทย/มาเลย์เซีย (M84)วงเงินลงทุน 42,620 ลบ.อยู่ระหว่างการสรุปผลการศึกษารูปแบบ PPP คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 25623.ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5)วงเงินลงทุน 29,400 ลบ.อยู่ระหว่างการสรุปผลการศึกษารูปแบบ PPP คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 25634.สายวงแหวนรอบนอก กทม. ด้านตะวันตก (M9)วงเงินลุงทุน 78,000 ลบ.ช่วงบางขุนเทียน – บางบัวทอง อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบเอกชนร่วมลงทุน (PPP) พร้อมการออกแบบกรอบรายละเอียด คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2563 ช่วงบางบัวทอง – บางปะอิน สำรวจออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ5.สายศรีนครินทร์ – สุวรรณภูมิ (M7)วงเงินลงทุน 37,500 ลบ.- อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบเอกชนร่วมลงทุน (PPP) พร้อมการออกแบบกรอบรายละเอียด คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี2563 ผลและแผนการดำเนินงานโครงการทางหลวงที่สำคัญ1.สะพานมิตรภาพระหว่างไทย - ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตามแผนทั้งหมดมี 15 แห่ง เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่ง อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 แห่ง มีแผนจะก่อสร้าง 4 แห่ง โดยล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 อนุมัติโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ) ระยะทางรวม 16.18 กม. ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2563 และแล้วเสร็จปี 25652.โครงการพัฒนาทางหลวงรองรับ EEC ระยะทางรวม 746 กม. โดยในปี 2563 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 8 โครงการ วงเงิน 10,510 ล้านบาท ระยะทางประมาณ 90 กม. และส่วนที่เหลือจะวางแผนขอรับการจัดสรรฯ ครบทุกโครงการ ภายในปี 25663. โครงการขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร (ระยะที่ 2 ) จำนวน 11 โครงข่าย ระยะทางรวม 5,246 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง 483 กม. หรือ 9.2% ก่อสร้างแล้วเสร็จ 4,239 กม. หรือ 80.8% และคงเหลือแผนงานในอนาคต 524 กม. หรือ 10% ติดตามงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2562 ทล. ได้รับจัดสรรงบประมาณฯ 115,888 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ดำเนินแผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ จำนวน 67,287 ล้านบาท หรือ 58% ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ประกอบด้วย1. การแก้ไขปัญหาความล่าช้าโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ซึ่ง ทล. ได้ดำเนินงานแก้ไขจุดที่ทำให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาว เช่น การคืนผิวจราจรให้สามารถใช้เส้นทางไป - กลับ ได้ 12 ช่องจราจร พร้อมติดตั้งแบร์ริเออร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่ผ่านมา การประชาสัมพันธ์ ติดตั้งกล้อง CCTV บริเวณจุดวิกฤตหรือจุดที่มีการก่อสร้าง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจราจร พร้อมจัดป้ายบอกทางเคลื่อนที่ เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ใช้ทางตัดสินใจเลือกใช้เส้นทาง การแก้ไขปัญหาการรื้อย้ายสาธารณูปโภค การปรับปรุงแก้ไขแบบ ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างทางขนานแล้วเสร็จ ส่งผลให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น รวมทั้งเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนงานเดิม 2. การกำหนดความเร็วรถสำหรับถนน 4 ช่องจราจรขึ้นไป ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชั่วโมง ปัจจุบันจากการสำรวจสามารถดำเนินการได้ ระยะทางรวม 252 กม. ในสายทาง ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข (ทล.) 32 ดำเนินการระยะแรก 45.9 กม. และดำเนินการในระยะถัดไป 100 กม. ทล.1 ดำเนินการระยะแรก 17.5 กม. และดำเนินการในระยะถัดไป 37 กม. ทล.2 ดำเนินการระยะแรก 6 กม. และดำเนินการในระยะถัดไป 19 กม. ทล.4 ดำเนินการระยะแรก 9.5 กม. และดำเนินการในระยะถัดไป 18 กม. และอยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติม ซึ่ง ทล. ต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสภาพพื้นที่ในภาพรวม เช่น ติดตั้งป้ายจราจร เส้นจราจรเพื่อควบคุมการเดินรถ อุปกรณ์กั้นให้มีความสมบูรณ์และเหมาะสม เป็นต้น นอกจากนี้ต้องออกประกาศกฎกระทรวงรองรับการใช้ความเร็วดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ทางหลวง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 25633. การแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ โดยศึกษาและจัดทำแผนแก้ปัญหาด่านเก็บค่าผ่านทางฯ ให้รถสามารถผ่านด่านฯ ได้โดยเร็ว ไม่หยุดชะงัก ปัจจุบันมอเตอร์เวย์ ด่านทับช้าง 2 ประสบปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางฯ ซึ่ง ทล. ได้จัดทำแบบจำลองการจราจรเสมือนจริง ปรับปรุงทางกายภาพเป็นการชั่วคราว จัดเจ้าหน้าที่เก็บเงินค่าผ่านทางหน้าตู้เก็บเงินและยกไม้กั้นอัตโนมัติในชั่วโมงเร่งด่วน รวมถึงสร้างมาตรการจูงใจให้ผู้ใช้ทางใช้ระบบอัตโนมัติหรือ ETC และอยู่ระหว่างประสานกรมการขนส่งทางบก ขอข้อมูลทะเบียนรถที่ฝ่าฝืนไม่ชำระค่าผ่านทาง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป4. การลดค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับดอนเมืองโทลล์เวย์ ซึ่ง ทล. ได้เจรจากับ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เพื่อขอความร่วมมือพิจารณาลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าผ่านทางฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยินดีที่จะคงส่วนลดแก่ผู้ใช้บริการ โดยจำหน่ายคูปองส่วนลดร้อยละ 5 ต่อเล่ม เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2562 - 21 มิถุนายน 2563 คูปองสามารถใช้ได้ 5 ปี5. การเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในงานของ ทล. โดยในปี 2562 ใช้น้ำยางสด 23,013 ตัน ส่วนปี 2563 จะใช้น้ำยางสด 26,564 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 15.4% ขณะที่การดำเนินตามนโยบายให้ใช้ยางพารามาหุ้มแบร์ริเออร์ ทล. จะใช้การออกแบบยางพาราหุ้มฯ ที่เหมาะสม ตามผลการประชุมคณะทำงานศึกษาแนวทางการนำยางพารามาใช้ในงานก่อสร้างและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่อไปในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้มอบนโยบายให้ ทล. เตรียมความพร้อมการจัดซื้อจัดจ้าง รองรับ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 พร้อมทั้งวางแผนการดำเนินโครงการและการดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญาโครงการต่างๆ ให้รอบคอบ การเน้นย้ำการลดจุดเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง การสำรวจการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง รวมถึงการปลูกต้นไม้ในเขตทางหลวงที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่เพื่อลดฝุ่น PM.2.5 ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมย้ำในตอนท้ายว่าให้ผู้บริหารกรมทางหลวงและเจ้าหน้าที่ทุกท่านถือปฎิบัติก็คือ การทำงานของหน่วยงานให้ดำเนินการด้วย หลักธรรมาภิบาลทุกขั้นตอน ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ประชาชนมีส่วนร่วม